พฤติกรรมในการทำงาน (ยี้)
ทำไมบางคนทำงานมาเกือบ 10 ปี แต่ตำแหน่งยังแป๊กอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง ในขณะที่บางคนรุ่งเอารุ่งเอา ไม่พ้น 5 ปี ได้ขึ้นเป็นผู้จัดการซะแล้ว พฤติกรรมที่ควรเลี่ยง ให้ไกล ๆ ต่อไปนี้ อาจส่งให้คุณเป็นดาวรุ่งอนาคตสดใสในที่ทำงานยิ่งกว่าเดิม
พฤติกรรมที่ควรเลี่ยงเพื่อความรุ่ง
1. อย่าใช้อารมณ์กับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน เป็นธรรมดาเหลือเกิน ที่จะต้องมีการกระทบกระทั่งกันบ้างในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้ากับลูกน้องหรือระหว่างเพื่อนร่วมงาน แต่ "อย่าใช้อารมณ์" มาตัดสินปัญหาเป็นดีที่สุด ทางที่ดีเมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นให้สงบใจประมาณ 10 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยจัดการกับปัญหาตรงหน้าจะเป็นการแก้ปัญหาได้ดีกว่า
2. อย่าเกี่ยงว่าไม่ใช่งานของเรา โดย เฉพาะงานที่มีลักษณะเป็นทีมเวิร์ก เพราะบางครั้งการได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่อยู่นอกเหนือขอบเขตงานของเราบ้าง ก็เป็นความท้าทายและโชว์ให้เห็นถึงสปิริตของการทำงานร่วมกันเป็นทีม
3. เลี่ยงการซุบซิบนินทามากเกินไป คง เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ในการห้ามเสียงซุบซิบนินทาในที่ทำงาน เพราะนั่นถือเป็นกิจกรรมทางสังคม และการสร้างความสนิทสนมอย่างหนึ่งเหมือนกัน ร่วมวงพอหอมปากหอมคอ แต่อย่ากลายเป็น "ยายขาเมาท์" ซะเอง เพราะอาจถูกแทงข้างหลังได้ทุกเมื่อ
4. ประจบสอพลอแต่ไม่เคยทำงาน อาจ จะมีบางคนที่ได้ดีเพราะการประจบสอพลอเจ้านาย แต่เขาอาจไม่ได้ประจบเพียงอย่างเดียว หากมีผลงานควบคู่ไปด้วย เพราะเจ้านายฉลาด ๆ ต้องดูออกว่านี่คือการเลียแข้งเลียขา เพราะพฤติกรรมแบบนี้ นอกจากจะแสดงถึงความไม่นับถือตนเองแล้ว เพื่อนร่วมงานจะพาลรังเกียจซะเปล่าๆ
5. สูบบุหรี่หรือดื่มของมึนเมา สาวๆ สมัยใหม่ บางคนเห็นว่าการสูบบุหรี่ในที่ทำงาน แม้จะไปสูบในโซนที่จัดให้ก็เถอะ เป็นเรื่องโก้เก๋ หนักกว่านั้นอาจมีการดื่มแม้จะเป็นช่วงการทำงานล่วงเวลาแล้วก็ตาม ถ้ายังอยากก้าวหน้าก็หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ดีกว่า เพราะกลายเป็นแฟชั่นเก่า ๆ ที่สาวอินเทรนด์ตัวจริง เขาเลิกไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว
6. ใช้เครื่องใช้สำนักงานในการรับจ๊อบนอก ผิด มหันต์นะคุณขา แค่รับงานไซด์ไลน์ในเวลางานก็เป็นเรื่องที่แสนจะคอรัปชั่นบริษัทอยู่แล้ว นี่ยังจะมาใช้คอมพิวเตอร์ของเขาพิมพ์งาน แถมใช้โทรศัพท์โทรออกอย่างกระหน่ำแบบไม่เกรงใจอีก หากใครทำอยู่ขอร้องให้เลิกเสียที ถึงแม้ไม่มีใครรู้แต่คุณก็ย่อมรู้อยู่แก่ใจตัวเองดี
7. ใส่สายเดี่ยว เกาะอก โนบรา แต่งกาย ล่อแหลมเสี่ยงสูง คง ไม่งามแน่ ๆ ถ้าต้องไปพบผู้ใหญ่ เพราะจะดูไม่น่าเชื่อถือ หมดเครดิตกันทันที แต่ถึงจะอ้างว่าอยู่แต่ในออฟฟิศก็เถอะ คุณต้องเตรียมพร้อมรับมือกับงานทุกอย่างอยู่เสมอ และชุดแบบนี้ ถ้าฝนตก เสื้อผ้าแนบเนื้อ หรือเกิดเอ็กซิเดนต์ เกาะอกลื่นหลุด คงหยุดสายตาชาวบ้านไม่อยู่แน่ๆ เลย
หากรักตัวเองก็ต้องให้เกียรติตัวเองมาก ๆ แล้วคนอื่นเขาก็จะต้องทึ่งในความสวย สง่า ทั้งภายนอกและภายในของคุณ
9 วิธีทำงานกับ "คนที่ไม่ชอบหน้า"
1. เปิดใจให้กว้าง ลดความรู้สึกไม่ชอบในใจลงไปสักนิด..แค่นิด เดียวก็จะทำให้คุณฟังเขาพูดได้รื่นหูมากขึ้น
2. เน้นที่ตัวงานมากกว่าตัวคน เวลาสั่งงานให้เน้นที่งานมากกว่าระบุตัวคุณ เช่นแทนที่เขาจะบอกว่า "คุณต้องส่งงานนี้ที่ฉัน ภายในวันศุกร์" ก็เปลี่ยนเป็น "รายงานชิ้นนี้ต้องส่งนายวันศุกร์นี้ค่ะ"
3. คุยกันแบบตัวต่อตัวหรือทางโทรศัพท์ สำหรับเรื่องสำคัญ หรือเรื่องที่คิดว่าจะมีปัญหาผิดใจกันได้ง่ายๆ
4. พูดกันให้สั้น กระชับ ตรงประเด็น ไม่อยากเถียงกันมากขึ้นอธิบายทุกอย่างให้ชัดเจน
5. ให้เขารู้ผลเสียที่จะตามมา ถ้าเขาทำไม่ดี เช่น บอกว่าถ้าเขาส่งงานไม่ทันเดทไลน์จะเป็นอย่างไร "ถ้าคุณปิดต้นฉบับไม่ทันศุกร์นี้ หนังสือก็จะออกช้านะ"
6. ถ้ามีประชุม เตรียมพร้อมทุกอย่างในส่วนของตัวเองอย่างดีที่สุด และก็ไม่ต้องตำหนิใครถ้าคนอื่นไม่พร้อม
7. ถ้ามีเรื่องต้องโต้แย้ง (มั่นใจว่า..มีเถียงแน่ๆ) ให้จดประเด็นที่ต้องพูดเป็นข้อๆ แล้วคุยให้อยู่ในประเด็นนั้นให้ได้
8. ไม่นินทาฝ่ายตรงข้ามลับหลัง ประเภทว่าปิดกันให้แซด! น่ะ...ถึงเจ้าตัวชัวร์
9. ใจเย็นๆ ถ้าทำงานกับคนที่ไม่ชอบ..นี่คือคาถาที่สำคัญที่สุด
ที่มา : นิตยสาร Cleo
สิ่งที่คุณเห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด
ไม่ตอบโต้... อย่าตีความหมายว่า...ยอมแพ้
แม้ว่า... หลายคน..อาจจะมองดูว่า..อ่อนแอ
แต่..ที่ปล่อยให้เป็นไป.. เพราะเห็นแก่..ใครบางคน
Never ask any questions.. Don't translate it means...I'm stupid.
Never react... Don't translate it means... I surrender.
Even if... Everyone may think that...I'm weak.
But I let it be... Because of someone's being there.
ที่มา : http://writer.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=298994&chapter=130
คนก็เป็นเหมือนวงกลม
...มีหลายด้านให้มอง...
มี 360 องศา ให้เดินค้นหา มองเห็น
แต่คนเรามักจะหยุดอยู่แค่องศาแรกที่มองเห็น
และยึดติดว่าสิ่งที่เห็น สิ่งที่รู้ในด้านนั้น
เป็นทุกอย่างของคน คนนั้น ไปเสียทั้งหมด
แต่เมื่อคน คนนั้นเริ่มหมุน
เปลี่ยนมุมมอง ทิศทาง ให้ได้ดู ได้เห็น ได้รับรู้บ้าง
กลับบอกว่าเขา - เปลี่ยนไป
ฉะนั้น
การจะรู้จัก คบหากับใครสักคน
ต้องเดินวนให้ครบ 360 องศา ก่อน .. ใช่มั้ย
ถึงจะสามารถรู้ได้ว่าคน คนนั้นมีกี่มุม ให้ได้มอง
ที่มา : http://www.thaireaderclub.com/read.php?id=793
เจ้าของบทความ : ไม่ทราบชื่อ
คำขวัญวันเด็ก ในปีต่าง ๆ
.... ..ถ้าหากเด็กตระหนักถึงอนาคตของตนเองและของชาติโดยการปฏิบัติตนตามที่กล่าวมานั้น ก็จะได้ชื่อว่าเป็น "เด็กดี" และประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง
ในขณะเดียวกัน เพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ จึงได้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในวันจันทร์แรกของเดือน ตุลาคม พ.ศ. 2498 และถือปฏิบัติเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2506 แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เพราะเป็นช่วงหมดฤดูฝนแล้วและเป็นวันหยุดราชการอีกด้วย ดังนั้นจึงถือปฏิบัติมาจนถึงวันนี้
ดูคำขวัญวันเด็ก ในปีต่าง ๆ ที่ผ่านมา (คลิก)
ที่มา: http://www.act.ac.th/act_baby/index.asp
